มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริม หรือ ประกวดสร้างความตระหนัก การจับคู่ธุรกิจ

๑. นิยาม

อาศัยอำนาจหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๓๕ (๓) ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือกับบุคคลอื่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือนวัตกรรมดิจิทัล ประกอบกับประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลว่าด้วยหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรือการอุดหนุน พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานที่ขอรับการช่วยเหลือการจัดกิจกรรมส่งเสริม หรือ การประกวดสร้างความตระหนัก การจับคู่ธุรกิจ เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง อันจะส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างสูงสุด
 

การช่วยเหลือ หมายความว่า การส่งเสริมด้วยระบบการสนับสนุนแก่ องค์การเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันเฉพาะทางของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษาของรัฐ และเอกชน เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
องค์การเอกชน หมายความว่า องค์การของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามกฎหมายเฉพาะเพื่อดําเนินการในด้านอุตสาหกรรม การบริการหรือการค้า
หน่วยงานภาครัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็น กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ที่ตั้งขึ้น โดย พระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความ รวมถึง หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา    กำหนดเป็น หน่วยงานของรัฐ
สถาบันเฉพาะทางของรัฐ หมายความว่า สถาบันที่เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับหรือควบคุมของรัฐ ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายเฉพาะเพื่อดำเนินกิจการตามนโยบายของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ หมายความว่า องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจซึ่งรัฐเป็นเจ้าของ หรือกิจการ    ของรัฐ หรือบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล หรือหน่วยงานธุรกิจของรัฐมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
สถาบันการศึกษา หมายความว่า หน่วยงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐหรือภาคเอกชน เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือ หน่วยงานการศึกษาอื่นๆ
นวัตกรรมดิจิทัล หมายความว่า ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่เกิดจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่ตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนบนพื้นฐานของการหลอมรวมเทคโนโลยี Digital Supply Chain [Digital Chain (ห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล) หมายถึง ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจดิจิทัลซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์และบริการต้นน้ำไปจนกระทั่งผลิตภัณฑ์และบริการปลายน้ำ รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการและการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ]
อุตสาหกรรมดิจิทัล หมายความว่า กิจการผลิตหรือให้บริการหรือการค้าด้านดิจิทัล ซึ่งหมายรวมถึง อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (software) อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการสื่อสาร (Communication Equipment and Service) ธุรกิจด้านบริการดิจิทัล (Digital Service) หรือตามที่สำนักงานประกาศ

. วัตถุประสงค์

๒.๑) เพื่อสร้างความตระหนัก ให้เกิดความสนใจและเข้าถึงต่อการรับรู้เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงเพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ผ่านกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลต่างๆ หรือกิจกรรมการประกวดเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนา เรียนรู้ เข้าถึง นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการนำไปใช้ต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
๒.๒) เพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจการค้า การลงทุน การสร้างเครือข่าย (Networking) ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างช่องทางเผยแพร่ข้อมูลด้านการตลาด การค้า การลงทุน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มมูลค่าการซื้อขายและการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ  ในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่าย หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่มีผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
๒.๓) เพื่อบูรณาการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการประสานงานและดำเนินโครงการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลให้มีความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
 

. มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริม หรือประกวดสร้างความตระหนัก การจับคู่ธุรกิจ

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จึงแบ่งรูปแบบการส่งเสริมและสนับสนุน ตามมาตรการนี้ออกเป็น ๒ ลักษณะ ตามข้อ ๓.๑ และ ๓.๒ ดังนี้
๓.๑ การส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (E1)
เป็นการช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างความตระหนัก การเรียนรู้ การพัฒนา และสร้างความน่าสนใจต่อการเข้าถึงการรับรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อการต่อยอดการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดผ่านกิจกรรมการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนา เรียนรู้ เข้าถึง นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลและกิจกรรมการประกวดที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
๓.๑.๑ รูปแบบการส่งเสริมและสนับสนุน
สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะของเงินให้เปล่า (Grant) สูงสุดร้อยละ ๖๐ ของมูลค่างบประมาณค่าใช้จ่ายรวมของโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อรายของผู้รับการส่งเสริมและสนับสนุน เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน ๑ ปี ต่อกิจกรรมหรือโครงการ อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลว่าด้วยหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรือการอุดหนุน พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวดที่ ๓ ข้อ ๙ (๖)
สำหรับการส่งเสริมและสนับสนุนในรูปแบบช่วยเหลือผ่านหน่วยงานนั้น หน่วยงานที่รับดำเนินการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายร่วมกับสำนักงานในสัดส่วนร้อยละ ๔๐ และต้องชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ใช้เพื่อดำเนินงานโครงการตามหมวดที่สำนักงานกำหนดทั้งค่าใช้จ่ายในรูปของตัวเงิน (In-cash) และค่าใช้จ่ายได้จากการคำนวณเป็นจำนวนเงินเทียบเคียงจากการดำเนินกิจกรรม (In-kind)
๓.๑.๒ รายการหมวดค่าใช้จ่ายที่สำนักงานให้การส่งเสริมและสนับสนุน
๓.๑.๒.๑) ค่าตอบแทนและค่าจ้าง เช่น ค่าตอบแทนผู้ทรงคุณวุฒิด้านดิจิทัลเทคโนโลยีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงาน เป็นต้น
๓.๑.๒.๒) ค่าใช้สอย ที่เกี่ยวข้องดังรายการต่อไปนี้
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในประเทศ เช่น ค่าเครื่องบินชั้นประหยัดและค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าโดยสารยานพาหนะอื่นๆ ค่าที่พัก เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนสูงสุดร้อยละ ๗๐ แต่ไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย และต้องมีมูลค่ารวมสูงสุดไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของมูลค่าโครงการในหมวดนี้ เช่น ค่าเครื่องบินระหว่างประเทศชั้นประหยัดและค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าโดยสารยานพาหนะอื่นๆ ค่าที่พัก เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ การส่งเสริมและสนับสนุนตามมาตรการฉบับนี้ เช่น ค่าจ้างผู้จัดงาน (Organizer) จัดกิจกรรมการประกวดด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและนวัตกรรม ค่าใช้จ่ายในการสืบค้นข้อมูลนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้น โดยสำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนตามมูลค่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ หมวดค่าใช้จ่ายเป็นไปตามตารางเกณฑ์ของสำนักงานกำหนด
๓.๒ การส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อการขยายธุรกิจการค้า การลงทุน การสร้างเครือข่าย (Networking) อันเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มมูลค่าการซื้อขายและการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ (E2)
เป็นการช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจการค้า การลงทุน การสร้างเครือข่าย (Networking) ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างช่องทางเผยแพร่ข้อมูลด้านการตลาด การค้า การลงทุน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มมูลค่า การซื้อขาย และการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่าย หรือกิจกรรมที่ส่งผลถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
๓.๒.๑ รูปแบบการส่งเสริมและสนับสนุน
สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะของเงินให้เปล่า (Grant) สูงสุดร้อยละ ๖๐ ของมูลค่างบประมาณค่าใช้จ่ายรวมของโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อรายของผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน ๑ ปี ต่อกิจกรรมหรือโครงการ อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลว่าด้วยหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรือการอุดหนุน พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวดที่ ๓ ข้อ ๙ (๖)
สำหรับการส่งเสริมและสนับสนุนในรูปแบบช่วยเหลือผ่านหน่วยงานนั้น หน่วยงานที่รับดำเนินการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายร่วมกับสำนักงานในสัดส่วนร้อยละ ๔๐ และต้องชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ใช้เพื่อดำเนินงานโครงการตามหมวดที่สำนักงานกำหนดทั้งค่าใช้จ่ายในรูปของตัวเงิน (In-cash) และค่าใช้จ่ายได้จากการคำนวณเป็นจำนวนเงินเทียบเคียงจากการดำเนินกิจกรรม (In-kind)

๓.๒.๒ รายการหมวดค่าใช้จ่ายที่สำนักงานให้การส่งเสริมและสนับสนุน

๓.๒.๒.๑) ค่าตอบแทนและค่าจ้าง เช่น ค่าตอบแทนที่ปรึกษาด้านการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล ค่าตอบแทนที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมดิจิทัล ค่าตอบแทนผู้ประสานงานกลางเชื่อมโยงการเจรจาการค้าธุรกิจ (Business Matching) ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงาน เป็นต้น
๓.๒.๒.๒) ค่าใช้สอย ที่เกี่ยวข้องดังรายการต่อไปนี้
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในประเทศ เช่น ค่าเครื่องบินชั้นประหยัดและค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าโดยสารยานพาหนะอื่นๆ ค่าที่พัก เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนสูงสุดร้อยละ ๗๐ แต่ไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อรายผู้รับการอุดหนุน และต้องมีมูลค่ารวมสูงสุดไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของมูลค่าโครงการในหมวดนี้ เช่น ค่าเครื่องบินระหว่างประเทศชั้นประหยัดและค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าโดยสารยานพาหนะอื่นๆ ค่าที่พัก เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์          การส่งเสริมและสนับสนุนตามมาตรการฉบับนี้ เช่น ค่าจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ค่าจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ค่าจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นต้น โดยสำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนตามมูลค่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ หมวดค่าใช้จ่ายเป็นไปตามตารางเกณฑ์ของสำนักงานกำหนด
๔. คุณสมบัติเฉพาะและเงื่อนไขผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามมาตรการนี้
๔.๑) คุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน
๑. ลักษณะการช่วยเหลือ มีดังนี้
๑.๑) องค์การเอกชน
๑.๒) หน่วยงานภาครัฐ
๑.๓) สถาบันเฉพาะทางของรัฐ
๑.๔) รัฐวิสาหกิจ
๑.๕) สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน
๑.๖) อื่นๆ ตามที่สำนักงานประกาศ
๔.๒) ต้องขึ้นทะเบียนตามที่สำนักงานกำหนด
๔.๓) กรณีเป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่ร้อยละห้าสิบเอ็ดของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และแสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน และต้องยื่นบัญชีงบการเงินตามที่ราชการกำหนด
๔.๔) กรณีเป็นองค์การเอกชนจะต้องมีวัตถุประสงค์ โครงสร้างและกรรมการขององค์การที่ชัดเจน
๔.๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือผู้ต้องโทษในคดีอาญา อันอาจมีผลต่อความสามารถในการดำเนินงานให้สำเร็จตามข้อผูกพันของโครงการกับสำนักงาน

๕. เกณฑ์การพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน

๕.๑) แนวคิด/วัตถุประสงค์ของโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๕.๒) การวางแผน/กระบวนการดำเนินงานโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๕.๓) ด้านผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมดิจิทัล
๕.๔) ด้านการบริหารจัดการ
 

๖. ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน



๗. วิธีการเขียนข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน

ผู้ประสงค์จะขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักงานจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
๗.๑) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องจัดทำเอกสารพร้อมจัดส่งมายังสำนักงานเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติการส่งเสริมและสนับสนุน ประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้
๗.๑.๑) ใบสมัครขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๗.๑.๒) ข้อเสนอโครงการหรือแผนงานเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน (โปรดดูรูปแบบที่กำหนดไว้ในข้อ ๗.๒)
๗.๑.๓) กรณีเป็นนิติบุคคล จะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่มีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
๗.๒) รูปแบบการเขียนข้อเสนอโครงการหรือแผนงานเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้
๗.๒.๑) หน้าปก ประกอบด้วย :
- ชื่อโครงการ (ไทย/ อังกฤษ)
- ชื่อที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ/ ตำแหน่ง/ ที่ทำงาน/ โทรศัพท์/ โทรสาร
- ชื่อบุคคล หน่วยงาน หรือองค์การที่ขอรับข้อเสนอโครงการ/ ที่ตั้ง/ โทรศัพท์/โทรสาร
- ระยะเวลาของโครงการ (วันเริ่มต้น/ วันที่จบโครงการ)
- งบประมาณของโครงการ
๗.๒.๒) วัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ โดยต้องระบุให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการตัวชี้วัดความสำเร็จ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
๗.๒.๓) แนวทางการดำเนินงานและแผนการปฏิบัติงาน
- ขอบข่ายและวิธีการดำเนินงาน เช่น รูปแบบการจัดงาน กลุ่มเป้าหมายที่มีผลกระทบต่อการเข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
- ตารางเวลาแผนการปฏิบัติงาน ตามขอบข่ายการดำเนินการโครงการที่ระบุไว้
๗.๒.๔) รายละเอียดการประเมินค่าใช้จ่ายในโครงการ สำนักงานจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในหมวดต่างๆ ตามเกณฑ์และรายการที่ระบุในข้อ ๓
๗.๒.๕) เอกสารหรือกรณีอ้างอิง (ถ้ามี)

 
๘. เงื่อนไขการเบิกจ่ายเงิน

๘.๑) สำนักงานจะเริ่มขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนดำเนินโครงการแล้วเสร็จตามแผนงานและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา และนำส่งรายงานผลการดำเนินงานพร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามเงื่อนไขบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุน
๘.๒) การจ่ายเงินเพื่อให้การส่งเสริมและสนับสนุนโครงการ จะเป็นลักษณะการเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง (Reimbursement) กล่าวคือผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องสำรองค่าใช้จ่ายในโครงการหรือการดำเนินงานล่วงหน้าไปก่อน แล้วจึงนำส่งหลักฐานใบเสร็จการชำระเงินมาเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลังกับสำนักงาน โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องเป็นรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงภายหลังจากวันที่ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือหรือสัญญา
๘.๓) สำนักงานขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดงวดการเบิกจ่ายเป็น ๔ งวด หรืออื่นๆ ตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร โดยผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนที่ได้รับการอนุมัติจากทางสำนักงาน สามารถประสานงานกับผู้จัดการโครงการของท่าน เพื่อวางแผนในการเบิกจ่ายเงินสนับสนุนได้ก่อนวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ผู้ขอรับการส่งเสริมที่ได้รับการอนุมัติควรดำเนินการเบิกจ่ายตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อสิทธิประโยชน์ของผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
ตัวอย่างตารางการเบิกจ่ายเงินตามงวดงาน กรณีทำสัญญาจ่ายเงิน (Reimbursement) เป็นรายงวด ตามสัญญาที่จัดทำขึ้นระหว่างผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนและสำนักงาน จำนวน ๔ งวด

 

งวดที่ จำนวน เงื่อนไข
ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน ภายหลังผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนได้ส่งรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานร้อยละ ๒๐ พร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
ร้อยละ ๓๐ ของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน ภายหลังผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนได้ส่งรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานร้อยละ ๕๐ พร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
ร้อยละ ๓๐ ของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน ภายหลังผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนได้ส่งรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานร้อยละ ๘๐ พร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน ภายหลังผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนส่งรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานร้อยละ ๑๐๐ พร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด

 

๘.๔) สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามหมวดรายการค่าใช้จ่ายที่สำนักงานอนุมัติให้การส่งเสริมและสนับสนุนและสำเร็จลุล่วงตามข้อตกลงที่ทำไว้กับสำนักงานเท่านั้น
๘.๕) อำนาจในการพิจารณาเบิกจ่ายเงินเป็นสิทธิของสำนักงาน แต่เพียงฝ่ายเดียวและให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

 

๙. ข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนต้องศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจในข้อตกลงต่างๆ ของโครงการอย่างละเอียด ดังต่อไปนี้         
๙.๑) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนที่ได้การอนุมัติจากสำนักงานจะต้องเข้ามาทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (ในกรณีการช่วยเหลือ) หรือสัญญา (ในกรณีอุดหนุน) รับการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการตามรูปแบบที่สำนักงานกำหนดภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับการอนุมัติ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสิ้นสุดการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นจะต้องให้สำนักงานพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีไป
๙.๒) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องให้ความร่วมมือกับกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ
๙.๓) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องยินดีส่งบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามที่โครงการกำหนด
๙.๔) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องร่วมดำเนินกิจกรรมให้ครบถ้วนตามที่โครงการกำหนดไว้
๙.๕) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องรับทราบข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการ
๙.๖) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ยินดีที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ในมุมมองต่างๆ ต่อไป รวมทั้งยินยอมให้เข้าเยี่ยมองค์การเพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินความพร้อม
๙.๗) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องจัดทำรายงานสรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามรูปแบบที่สำนักงานกำหนดให้ และจัดส่งให้สำนักงานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อนำมาประเมินถึงความพร้อมและสถานะความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมให้แล้วเสร็จได้ และหากพบปัญหาจะได้หาแนวทางร่วมกันเพื่อแก้ไขให้สามารถดำเนินโครงการร่วมกันต่อไปได้จนครบทุกกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ในแผนการดำเนินงาน  

 

๑๐. ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการ
สำนักงานจะพิจารณาส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินโครงการผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริม หรือ ประกวดสร้างความตระหนัก การจับคู่ธุรกิจ สูงสุดไม่เกิน ๑ ปี ทั้งนี้นับถัดจากวันที่ลงนามตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุนตามที่สำนักงานกำหนด

 

๑๑. แนวทางการเขียนรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการฉบับสมบูรณ์
๑๑.๑) ชื่อโครงการ
๑๑.๒) ผู้ดำเนินโครงการ
๑๑.๓) วัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ
๑๑.๔) ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ (KPI)
๑๑.๕) ผลการดำเนินงานโครงการ
๑๑.๖) สรุปผลการดำเนินโครงการ
๑๑.๗) ปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินโครงการ
๑๑.๘) แนวทางการขยายผลในอนาคต
๑๑.๙) ภาคผนวก (ถ้ามี)
- สำเนาแสดงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
- รูปภาพผลการดำเนินโครงการ เป็นต้น

๑๒. การยกเลิกการส่งเสริมและสนับสนุน

สำนักงานและหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ มีสิทธิที่จะยกเลิกการส่งเสริมและสนับสนุน หากพบว่า ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือทำผิดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

 
๑๓. ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ๑๒๐ ชั้น ๙ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
โทรศัพท์ ๐๒-๑๔๑-๗๑๐๑ ต่อ ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล ส่วนส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุน
E-Mail ddi-ip@depa.or.th