มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ กำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล

๑. นิยาม

เพื่อให้การดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรือการอุดหนุน เกี่ยวกับการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมีความชัดเจน สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ว่าด้วยหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรือการอุดหนุน พ.ศ. ๒๕๖๐ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจึงได้จัดทำมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีรายละเอียดดังนี้

การช่วยเหลือ หมายความว่า การส่งเสริมด้วยระบบการสนับสนุนแก่ องค์การเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบัน          เฉพาะทางของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน และ สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตาม แผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
การอุดหนุน หมายความว่า การส่งเสริมด้วยระบบการสนับสนุนแก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชนและบุคคลธรรมดา เพื่อการดำเนินกิจกรรมตามโครงการของสำนักงาน
กำลังคน หมายความว่า บุคคลที่อยู่สถานะเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน เช่น นักเรียน นักศึกษา ผู้ว่างงาน และบุคคลอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนา ศักยภาพและเตรียมความพร้อม ตามนโยบายของรัฐบาลที่สำนักงานจะประกาศ
องค์การเอกชน หมายความว่า องค์การของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ตามกฎหมายเฉพาะเพื่อดําเนินการในด้านอุตสาหกรรม การบริการหรือการค้า เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
หน่วยงานภาครัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็น กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้น โดย พระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความ รวมถึง หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา    กำหนดเป็น หน่วยงานของรัฐ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
สถาบันเฉพาะทางของรัฐ หมายความว่า สถาบันที่เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับหรือควบคุมของรัฐ ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายเฉพาะเพื่อดำเนินกิจการตามนโยบายของรัฐ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
รัฐวิสาหกิจ หมายความว่า องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจซึ่งรัฐเป็นเจ้าของ หรือกิจการของรัฐ หรือบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล หรือหน่วยงานธุรกิจของรัฐมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบเพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
สถาบันการศึกษา หมายความว่า หน่วยงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐหรือภาคเอกชน เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือ หน่วยงานการศึกษาอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

. วัตถุประสงค์
          ๒.๑ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้แก่กลุ่มกำลังคน ในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
          ๒.๒ เพื่อการพัฒนากำลังคนเฉพาะด้านที่มีความต้องการเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งภาคธุรกิจและภาคสังคม
          ๒.๓ เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลให้กับกลุ่มกำลังคนไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับภูมิภาคและระดับสากล

๓. การส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อดำเนินการพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Manpower Development ; M1)          

๓.๑ รูปแบบการส่งเสริมและสนับสนุน
เป็นการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล แก่ นักเรียน นักศึกษา ผู้ว่างงาน และบุคคลอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อมเพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อเข้าสู่การเป็นกำลังคนด้านดิจิทัลที่มีความพร้อม ตามความต้องการของหน่วยงาน กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแรงงานสำคัญที่มีศักยภาพต่อการขับเคลื่อนประเทศต่อไป
สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะของเงินให้เปล่า (Grant) ในรูปแบบของ “DEPA Education Fund” สูงสุดจำนวนร้อยละ ๑๐๐ ของมูลค่างบประมาณค่าใช้จ่ายรวมของโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อรายของผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน ๑ ปี ต่อกิจกรรมหรือโครงการ อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลว่าด้วยหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรือการอุดหนุน พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวดที่ ๓ ข้อ ๙ (๒)
ในกรณีที่ผู้เสนอโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือเป็นองค์การเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันเฉพาะทางของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน สำนักงานสามารถให้การส่งเสริมและสนับสนุนค่าบริหารจัดการโครงการได้สูงสุดจำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๕ ต่อรายของผู้ขอรับการ
ส่งเสริมและสนับสนุน โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ และให้สำนักงานจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนกับหน่วยงานนั้น
๓.๒ รายการหมวดค่าใช้จ่ายที่สำนักงานให้การส่งเสริมและสนับสนุน
ค่าใช้จ่ายในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เป็นค่าตอบแทนแก่ “กำลังคน” เพื่อเข้ารับการอบรมพัฒนาสู่การเป็น “กำลังคน” ที่มีความรู้ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ตามกรอบดังนี้
ระดับหลักสูตร ระดับทักษะ ค่าใช้จ่ายต่อราย
(สูงสุดไม่เกิน)
หมายเหตุ
ระดับที่ ๑ ระดับการใช้งานขั้นพื้นฐาน
(Digital Literacy)
๕,๐๐๐ หลักสูตรสำหรับผู้ใช้งานดิจิทัลพื้นฐาน
เช่น การใช้โปรแกรมออฟฟิศ อินเตอร์เน็ต
ระดับที่ ๒ ระดับการใช้งานในสาขาอาชีพ (Digital Professional) ๑๐,๐๐๐ หลักสูตรสำหรับผู้ใช้งานดิจิทัล
เพื่อการประกอบอาชีพ
ระดับที่ ๓ ระดับการใช้งานขั้นผู้เชี่ยวชาญ
(Digital Specialist)
๑๕,๐๐๐ หลักสูตรสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น นักพัฒนา นักวิเคราะห์
ระดับที่ ๔ ระดับทักษะที่มีความต้องการเร่งด่วน (High Demand Skill) ๔๐,๐๐๐ หลักสูตรสำหรับเทคโนโลยีดิจิทัลในสาขาที่มีความต้องการเร่งด่วน เช่น ด้าน Data Science, IoT, Cyber Security เป็นต้น

หมายเหตุ  ต้องเป็นหลักสูตร/ โครงการที่ได้รับความเห็นชอบและขึ้นทะเบียนจากทาง DEPA เท่านั้น         
 
๔. คุณสมบัติเฉพาะและเงื่อนไขผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามมาตรการนี้

๔.๑) คุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนมี ๒ ลักษณะ ประกอบด้วย
๑) ลักษณะการอุดหนุน มีดังนี้
๑.๑) นักเรียน นักศึกษา บุคคลซึ่งเป็นผู้ว่างงาน
๑.๒) อื่นๆ ตามที่สำนักงานประกาศ
๒) ลักษณะการช่วยเหลือ มีดังนี้
๒.๑) องค์การเอกชน
๒.๒) หน่วยงานภาครัฐ
๒.๓) สถาบันเฉพาะทางของรัฐ
๒.๔) รัฐวิสาหกิจ
๒.๕) สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน
๒.๖) อื่นๆ ตามที่สำนักงานประกาศ
 
๔.๒) ต้องขึ้นทะเบียนตามที่สำนักงานกำหนด
๔.๓) กรณีเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่สำนักงานกำหนดจะต้องยืนยันสถานะตัวตนต่อสำนักงานเช่น ใบรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา เป็นต้น
๔.๔) กรณีเป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่ร้อยละห้าสิบเอ็ดของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และแสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน และต้องยื่นบัญชีงบการเงินตามที่ราชการกำหนด
๔.๕) กรณีเป็นองค์การเอกชนจะต้องมีวัตถุประสงค์ โครงสร้างและกรรมการขององค์การที่ชัดเจน
๔.๖) ไม่เป็นผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นในโครงการเดียวกัน ระหว่างการยื่นข้อเสนอโครงการจนถึงวันที่สำนักงานพิจารณาโครงการ เว้นแต่การขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ซ้ำซ้อนกับค่าใช้จ่ายที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักงาน
๔.๗) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือผู้ต้องโทษในคดีอาญา อันอาจมีผลต่อความสามารถในการดำเนินงานให้สำเร็จตามข้อผูกพันของโครงการกับสำนักงาน

 
๕. เกณฑ์การพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน

๕.๑) แนวคิด/วัตถุประสงค์ของโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๕.๒) การวางแผน/กระบวนการดำเนินงานโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๕.๓) ด้านผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมดิจิทัล
๕.๔) ด้านการบริหารจัดการ

 

๖. ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน

๗. วิธีการเขียนข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
          ผู้ประสงค์จะขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักงานจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้       
          ๗.๑) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องจัดทำเอกสารพร้อมจัดส่งมายังสำนักงานเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติการส่งเสริมและสนับสนุน ประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้

๗.๑.๑) ใบสมัครขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๗.๑.๒) ข้อเสนอโครงการหรือแผนงานเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน (โปรดดูรูปแบบที่กำหนดไว้ในข้อ ๗.๒)
๗.๑.๓) กรณีเป็นนิติบุคคล จะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่มีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน

          ๗.๒) รูปแบบการเขียนข้อเสนอโครงการหรือแผนงานเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน และประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้

๗.๒.๑) หน้าปก ประกอบด้วย :
- ชื่อโครงการ (ไทย/ อังกฤษ)
- ชื่อที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ/ ตำแหน่ง/ ที่ทำงาน/ โทรศัพท์/ โทรสาร
- ชื่อบุคคล หน่วยงาน หรือองค์การที่ขอรับข้อเสนอโครงการ/ ที่ตั้ง/ โทรศัพท์/ โทรสาร
- ระยะเวลาของโครงการ (วันเริ่มต้น/ วันที่จบโครงการ)
- งบประมาณของโครงการ
๗.๒.๒) วัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ โดยต้องระบุให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการตัวชี้วัดความสำเร็จ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
๗.๒.๓) แนวทางการดำเนินงานและแผนการปฏิบัติงาน
- ขอบข่ายและวิธีการดำเนินงาน เช่น รูปแบบการจัดงาน กลุ่มเป้าหมายที่มีผลกระทบต่อการเข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
- ตารางเวลาแผนการปฏิบัติงาน ตามขอบข่ายการดำเนินการโครงการที่ระบุไว้
๗.๒.๔) รายละเอียดการประเมินค่าใช้จ่ายในโครงการ สำนักงานจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในหมวดต่างๆ ตามเกณฑ์และรายการที่ระบุในข้อ ๓
๗.๒.๕) เอกสารหรือกรณีอ้างอิง (ถ้ามี)

 
๘. เงื่อนไขการเบิกจ่ายเงิน

๘.๑) สำนักงานจะเริ่มขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนดำเนินโครงการแล้วเสร็จตามแผนงานและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา และนำส่งรายงานผลการดำเนินงานพร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามเงื่อนไขบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุน กรณีการเบิกจ่ายเงินสนับสนุนสำหรับลักษณะการช่วยเหลือให้เป็นไปตามเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
๘.๒) การจ่ายเงินเพื่อให้การส่งเสริมและสนับสนุนโครงการสำหรับลักษณะการอุดหนุน จะเป็นลักษณะการเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง (Reimbursement) กล่าวคือผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องสำรองค่าใช้จ่ายในโครงการหรือการดำเนินงานล่วงหน้าไปก่อน แล้วจึงนำส่งหลักฐานใบเสร็จการชำระเงินมาเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลังกับสำนักงาน โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องเป็นรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงภายหลังจากวันที่ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุน
๘.๓) สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามหมวดรายการค่าใช้จ่ายที่สำนักงานกำหนดและสำเร็จลุล่วงตามข้อตกลงที่ทำไว้กับสำนักงานเท่านั้น
๘.๔) อำนาจในการพิจารณาเบิกจ่ายเงินเป็นสิทธิของสำนักงาน แต่เพียงฝ่ายเดียวและให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

๙. ข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนต้องศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจในข้อตกลงต่างๆ ของโครงการอย่างละเอียด ดังต่อไปนี้         

๙.๑) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนที่ได้การอนุมัติจากสำนักงานจะต้องเข้ามาทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (ในกรณีการช่วยเหลือ) หรือสัญญา (ในกรณีอุดหนุน) รับการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการตามรูปแบบที่สำนักงานกำหนดภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับการอนุมัติ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสิ้นสุดการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นจะต้องให้สำนักงานพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีไป
๙.๒) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องให้ความร่วมมือกับกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ
๙.๓) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องยินดีส่งบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามที่โครงการกำหนด
๙.๔) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องร่วมดำเนินกิจกรรมให้ครบถ้วนตามที่โครงการกำหนดไว้
๙.๕) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องรับทราบข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการ
๙.๖) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ยินดีที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ในมุมมองต่างๆ ต่อไป รวมทั้งยินยอมให้เข้าเยี่ยมองค์การเพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินความพร้อม
๙.๗) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องจัดทำรายงานสรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามรูปแบบที่สำนักงานกำหนดให้ และจัดส่งให้สำนักงานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อนำมาประเมินถึงความพร้อมและสถานะความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมให้แล้วเสร็จได้ และหากพบปัญหาจะได้หาแนวทางร่วมกันเพื่อแก้ไขให้สามารถดำเนินโครงการร่วมกันต่อไปได้จนครบทุกกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ในแผนการดำเนินงาน  

๑๐. ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการ

สำนักงานจะพิจารณาส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินโครงการผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล สูงสุดไม่เกิน ๑ ปี ทั้งนี้นับถัดจากวันที่ลงนามตาม
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุนตามที่สำนักงานกำหนด
 
๑๑. แนวทางการเขียนรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการฉบับสมบูรณ์
๑๑.๑) ชื่อโครงการ
๑๑.๒) ผู้ดำเนินโครงการ
๑๑.๓) วัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ
๑๑.๔) ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ (KPI)
๑๑.๕) ผลการดำเนินงานโครงการ
๑๑.๖) สรุปผลการดำเนินโครงการ
๑๑.๗) ปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินโครงการ
๑๑.๘) แนวทางการขยายผลในอนาคต
๑๑.๙) ภาคผนวก (ถ้ามี)
- สำเนาแสดงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
- รูปภาพผลการดำเนินโครงการ เป็นต้น
 
๑๒. การยกเลิกการส่งเสริมและสนับสนุน
สำนักงานและหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ มีสิทธิที่จะยกเลิกการส่งเสริมและสนับสนุน หากพบว่า ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือทำผิดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
 
๑๓. ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ๑๒๐ ชั้น ๙ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
โทรศัพท์ ๐๒-๑๔๑-๗๑๐๑ ต่อ ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล ส่วนส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุน
E-Mail ddi-ip@depa.or.th