มาตรการส่งเสริมและสนับสนุน ด้านการร่วมวิจัยการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล

๑. นิยาม
        เพื่อให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมดิจิทัลมีความชัดเจน สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ว่าด้วยหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรืออุดหนุน พ.ศ. ๒๕๖๐ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจึงได้จัดทำ มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการร่วมวิจัยการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีรายละเอียดดังนี้

การช่วยเหลือ หมายความว่า การส่งเสริมด้วยระบบการสนับสนุนแก่ องค์การเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบัน เฉพาะทางของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน และ สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตาม แผนยุทธศาสตร์ การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
การอุดหนุน หมายความว่า การส่งเสริมด้วยระบบการสนับสนุนแก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชนและบุคคลธรรมดา เพื่อการดำเนินกิจกรรมตามโครงการของสำนักง
องค์การเอกชน หมายความว่า องค์การของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ตามกฎหมายเฉพาะเพื่อดําเนินการในด้านอุตสาหกรรม การบริการหรือการค้า เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
หน่วยงานภาครัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะ       เป็น กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้น โดย พระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความ   รวมถึง หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา    กำหนดเป็นหน่วยงานของรัฐ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
สถาบันเฉพาะทางของรัฐ หมายความว่า สถาบันที่เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับหรือควบคุมของรัฐ ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายเฉพาะเพื่อดำเนินกิจการตามนโยบายของรัฐ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
รัฐวิสาหกิจ หมายความว่า องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจซึ่งรัฐเป็นเจ้าของ หรือกิจการของรัฐ หรือบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล หรือหน่วยงานธุรกิจของรัฐมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
สถาบันการศึกษา หมายความว่า หน่วยงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐหรือภาคเอกชน เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือ หน่วยงานการศึกษาอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตาม แผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
อุตสาหกรรมดิจิทัล หมายความว่า อุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจบริการดิจิทัล ได้แก่ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) ธุรกิจเทคโนโลยีการบริการและออกแบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Pay-per-use model) อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการสื่อสาร (Telecommunication) ธุรกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการดิจิทัล (Digital service Infrastructure)
Digital Economy หมายความว่า เศรษฐกิจและสังคมที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (หรือเรียกว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ทันยุคสมัย) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ การค้า การบริการ การศึกษา การสาธารณสุข การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น
Innovation หมายความว่า วิธีการปฏิบัติใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิม โดยอาจจะได้มาจากการคิดค้นพบวิธีการใหม่ๆ ขึ้นมา หรือการปรุงแต่งของเก่าให้ใหม่และเหมาะสม และ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการทดลองพัฒนาจนเป็นที่เชื่อถือได้แล้วว่าได้ผลดีในทางปฏิบัติ ทำให้ระบบก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
Digital Innovation หมายความว่า เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้รูปแบบธุรกิจที่มีอยู่เกิดความต่อเนื่องมากขึ้น หรือเกิดเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ (New business model) ที่ทำให้ธุรกิจที่แตกต่างกันสามารถเชื่อมถึงกันได้หมด ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ หรือประสบการณ์ใหม่ๆ ด้านข้อมูลและเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองการสื่อสารสองทางและ Realtime ให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
. วัตถุประสงค์

๒.๑ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาวิจัยให้ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้สามารถยกระดับคุณภาพกระบวนการผลิตและการจัดการเทคโนโลยีดิจิทัลตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลได้
๒.๒ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐให้มีความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลได้
 

. การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการร่วมวิจัยการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (DEPA Research fund ; R1)

๓.๑ รูปแบบการส่งเสริมและสนับสนุน
เป็นการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนสำหรับผู้ประกอบการให้บริการด้านดิจิทัล รวมถึงองค์การเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันเฉพาะทางของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน ที่มีเป้าหมายเพื่อวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัล ให้ได้มาตรฐานระดับสากล เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ขยายช่องทางการตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัล และสามารถเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งนี้ผลการศึกษางานวิจัยต้องสามารถขยายผลจากโครงการพัฒนาต้นแบบ หรือโครงการนำร่อง ให้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ได้
สำนักงานจะให้การสนับสนุนในลักษณะของเงินให้เปล่า ในรูปแบบของ DEPA Research fund สูงสุดจำนวนร้อยละ ๕๐ ของมูลค่างบประมาณค่าใช้จ่ายรวมของโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุน แต่ไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อรายของผู้ขอรับการอุดหนุน เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน ๓ ปี ต่อกิจกรรมหรือโครงการ อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลว่าด้วยหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือหรือการอุดหนุน พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวดที่ ๓ ข้อ ๙ (๓)
ในกรณีที่ผู้เสนอโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนในลักษณะการช่วยเหลือเป็นองค์การเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันเฉพาะทางของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน สำนักงานสามารถให้การส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อเป็นค่าบริหารจัดการโครงการได้สูงสุดจำนวนไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของวงเงินที่สำนักงานสามารถให้การส่งเสริมและสนับสนุนต่อรายของผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ และให้สำนักงานจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนกับหน่วยงานนั้น
๓.๒ รายการหมวดค่าใช้จ่ายที่สำนักงานให้การส่งเสริมและสนับสนุน
  1. ค่าตอบแทนและค่าจ้าง เช่น ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ ค่าจ้างที่ปรึกษา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงาน เป็นต้น รวมถึงค่าจ้างผู้ช่วยนักวิจัยหรือลูกจ้างชั่วคราว ตามอัตราค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินโครงการ ทั้งนี้              ไม่รวมถึงลูกจ้างที่อยู่ในส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการ และไม่รวมเงินเดือน/ค่าตอบแทนของนักวิจัย ค่าจ้างของเจ้าของโครงการ และพนักงานประจำที่ได้รับจากหน่วยงานต้นสังกัดอยู่แล้ว
  2. ค่าใช้สอย ดังรายการต่อไปนี้
๒.๑) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในประเทศ เช่น ค่าเครื่องบินชั้นประหยัดและค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าโดยสารยานพาหนะอื่นๆ ค่าที่พัก เป็นต้น
๒.๒) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนตามมูลค่ารวมสูงสุดไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของมูลค่าโครงการในหมวดนี้ เช่น ค่าเครื่องบินระหว่างประเทศชั้นประหยัดและค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าโดยสารยานพาหนะอื่นๆ ค่าที่พัก เป็นต้น
๒.๓) ค่าใช้สอยอื่นๆ เช่น ค่าจัดทำแผนธุรกิจ ค่าวิจัยการตลาด ค่าวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Feasibility) ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ค่าข้อมูลการตลาดและอุตสาหกรรม ค่าประเมินผลมูลค่าทางเศรฐกิจ ค่าติดตั้งอุปกรณ์ ค่าอนุญาตในการใช้สิทธิ เป็นต้น ทั้งนี้ไม่รวมถึงค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
  1. ค่าวัสดุ สนับสนุนตามมูลค่าของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งกรอบวงเงินสนับสนุนไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของมูลค่าโครงการ
  2. ค่าครุภัณฑ์ สนับสนุนไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามรายการในโครงการที่ได้รับการสนับสนุน เช่น ค่าใช้จ่าย Software , อุปกรณ์ hardware and Smart Device

ทั้งนี้ เกณฑ์การสนับสนุนเป็นไปตามตารางเกณฑ์การสนับสนุนของสำนักงาน
 
๔. คุณสมบัติเฉพาะและเงื่อนไขผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามมาตรการนี้

๔.๑) คุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนมี ๒ ลักษณะ ประกอบด้วย
๑) ลักษณะการอุดหนุน มีดังนี้
๑.๑) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
๑.๒) อื่นๆ ตามที่สำนักงานประกาศ
๒) ลักษณะการช่วยเหลือ มีดังนี้
๒.๑) องค์การเอกชน
๒.๒) หน่วยงานภาครัฐ
๒.๓) สถาบันเฉพาะทางของรัฐ
๒.๔) รัฐวิสาหกิจ
๒.๕) สถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน
๒.๖) อื่นๆ ตามที่สำนักงานประกาศ
๔.๒) ต้องขึ้นทะเบียนตามที่สำนักงานกำหนด
๔.๓) กรณีเป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่ร้อยละห้าสิบเอ็ดของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และแสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน และต้องยื่นบัญชีงบการเงินตามที่ราชการกำหนด
๔.๔) กรณีเป็นองค์การเอกชนจะต้องมีวัตถุประสงค์ โครงสร้างและกรรมการขององค์การที่ชัดเจน
๔.๕) ไม่เป็นผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นในโครงการเดียวกัน ระหว่างการยื่นข้อเสนอโครงการจนถึงวันที่สำนักงานพิจารณาโครงการ เว้นแต่การขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ซ้ำซ้อนกับค่าใช้จ่ายที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักงาน
๔.๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือผู้ต้องโทษในคดีอาญา อันอาจมีผลต่อความสามารถในการดำเนินงานให้สำเร็จตามข้อผูกพันของโครงการกับสำนักงาน
 

๕. เกณฑ์การพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน

๕.๑) แนวคิด/วัตถุประสงค์ของโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๕.๒) การวางแผน/กระบวนการดำเนินงานโครงการที่เสนอขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๕.๓) ด้านผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมดิจิทัล
๕.๔) ด้านการบริหารจัดการ
๖. ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน

๗. วิธีการเขียนข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
ผู้ประสงค์จะขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักงานจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้       

๗.๑) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องจัดทำเอกสารพร้อมจัดส่งมายังสำนักงานเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติการส่งเสริมและสนับสนุน ประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้
๗.๑.๑) ใบสมัครขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน
๗.๑.๒) ข้อเสนอโครงการหรือแผนงานเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน (โปรดดูรูปแบบที่กำหนดไว้ในข้อ ๗.๒)
๗.๑.๓) กรณีเป็นนิติบุคคล จะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่มีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
๗.๒) รูปแบบการเขียนข้อเสนอโครงการหรือแผนงานเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน และประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้
๗.๒.๑) หน้าปก ประกอบด้วย :
- ชื่อโครงการ (ไทย/ อังกฤษ)
- ชื่อที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ / ตำแหน่ง / ที่ทำงาน / โทรศัพท์ / โทรสาร
- ชื่อบุคคล หน่วยงาน หรือองค์การที่ขอรับข้อเสนอโครงการ / ที่ตั้ง / โทรศัพท์ / โทรสาร
- ระยะเวลาของโครงการ (วันเริ่มต้น/ วันที่จบโครงการ)
- งบประมาณของโครงการ
๗.๒.๒) วัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ โดยต้องระบุให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการตัวชี้วัดความสำเร็จ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
๗.๒.๓) แนวทางการดำเนินงานและแผนการปฏิบัติงาน
- ขอบข่ายและวิธีการดำเนินงาน เช่น รูปแบบการจัดงาน กลุ่มเป้าหมายที่มีผลกระทบต่อการเข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
- ตารางเวลาแผนการปฏิบัติงาน ตามขอบข่ายการดำเนินการโครงการที่ระบุไว้
๗.๒.๔) รายละเอียดการประเมินค่าใช้จ่ายในโครงการ สำนักงานจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในหมวดต่างๆ ตามเกณฑ์และรายการที่ระบุในข้อ ๓.๒
๗.๒.๕) เอกสารหรือกรณีอ้างอิง (ถ้ามี)

๘. เงื่อนไขการเบิกจ่ายเงิน

๘.๑) สำนักงานจะเริ่มขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนดำเนินโครงการแล้วเสร็จตามแผนงานและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา และนำส่งรายงานผลการดำเนินงานพร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามเงื่อนไขบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุน กรณีการเบิกจ่ายเงินสนับสนุนสำหรับลักษณะการช่วยเหลือให้เป็นไปตามเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
๘.๒) การจ่ายเงินเพื่อให้การส่งเสริมและสนับสนุนโครงการสำหรับลักษณะการอุดหนุน จะเป็นลักษณะการเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง (Reimbursement) กล่าวคือผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องสำรองค่าใช้จ่ายในโครงการหรือการดำเนินงานล่วงหน้าไปก่อน แล้วจึงนำส่งหลักฐานใบเสร็จการชำระเงินมาเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลังกับสำนักงาน โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องเป็นรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงภายหลังจากวันที่ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุน ซึ่งกำหนดการเบิกจ่ายเงินเป็น ๓ งวด

 

งวดที่ จำนวน เงื่อนไข
ร้อยละ ๓๐ ของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน ภายหลังผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนได้ส่งรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานร้อยละ ๓๐ พร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
ร้อยละ ๓๐ ของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน ภายหลังผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนได้ส่งรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานร้อยละ ๖๐ พร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
ร้อยละ ๔๐ ของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน ภายหลังผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนได้ส่งรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานร้อยละ ๑๐๐ พร้อมแนบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
 
๘.๓) สำนักงานจะส่งเสริมและสนับสนุนเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามหมวดรายการค่าใช้จ่ายที่สำนักงานอนุมัติให้การสนับสนุนและสำเร็จลุล่วงตามข้อตกลงที่ทำไว้กับสำนักงานเท่านั้น
๘.๔) อำนาจในการพิจารณาเบิกจ่ายเงินเป็นสิทธิของสำนักงาน แต่เพียงฝ่ายเดียวและให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
 

๙. ข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนต้องศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจในข้อตกลงต่างๆ ของโครงการอย่างละเอียด ดังต่อไปนี้         

๙.๑) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนที่ได้การอนุมัติจากสำนักงานจะต้องเข้ามาทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (ในกรณีการช่วยเหลือ) หรือสัญญา (ในกรณีอุดหนุน) รับการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการตามรูปแบบที่สำนักงานกำหนดภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับการอนุมัติ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสิ้นสุดการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นจะต้องให้สำนักงานพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีไป
๙.๒) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องให้ความร่วมมือกับกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ
๙.๓) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องยินดีส่งบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามที่โครงการกำหนด
๙.๔) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องร่วมดำเนินกิจกรรมให้ครบถ้วนตามที่โครงการกำหนดไว้
๙.๕) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ต้องรับทราบข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการ
๙.๖) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ยินดีที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ในมุมมองต่างๆ ต่อไป รวมทั้งยินยอมให้เข้าเยี่ยมองค์การ เพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินความพร้อม
๙.๗) ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจะต้องจัดทำรายงานสรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามรูปแบบที่สำนักงานกำหนดให้ และจัดส่งให้สำนักงานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อนำมาประเมินถึงความพร้อมและสถานะความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมให้แล้วเสร็จได้ และหากพบปัญหาจะได้หาแนวทางร่วมกันเพื่อแก้ไขให้สามารถดำเนินโครงการร่วมกันต่อไปได้จนครบทุกกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ในแผนการดำเนินงาน  

๑๐. ระยะเวลาการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการ

สำนักงานจะพิจารณาส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินโครงการผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุน

ด้านการร่วมวิจัยการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล สูงสุดไม่เกิน ๓ ปี ทั้งนี้นับถัดจากวันที่ลงนามตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนหรือสัญญารับการส่งเสริมและสนับสนุนตามที่สำนักงานกำหนด

๑๑. แนวทางการเขียนรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการฉบับสมบูรณ์

๑๑.๑) ชื่อโครงการ
๑๑.๒) ผู้ดำเนินโครงการ
๑๑.๓) วัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ
๑๑.๔) ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ (KPI)
๑๑.๕) ผลการดำเนินงานโครงการ
๑๑.๖) สรุปผลการดำเนินโครงการ
๑๑.๗) ปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินโครงการ
๑๑.๘) แนวทางการขยายผลในอนาคต
๑๑.๙) ภาคผนวก (ถ้ามี)
- สำเนาแสดงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
- รูปภาพผลการดำเนินโครงการ เป็นต้น
 

๑๒. การยกเลิกการส่งเสริมและสนับสนุน

สำนักงานฯ และหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ มีสิทธิที่จะยกเลิกการส่งเสริมและสนับสนุน หากพบว่า ผู้ขอรับส่งเสริมและสนับสนุน ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือทำผิดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

 
๑๓. ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ๑๒๐ ชั้น ๙ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
โทรศัพท์ ๐๒-๑๔๑-๗๑๐๑ ต่อ ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล ส่วนส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุน