รมว.ดีอี แถลงองค์กรนานาชาติ ฯ ลุยเดินหน้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2017 พร้อมเผยนโยบายส่งเสริมธุรกิจ SMEs-Startups ในรูปแบบ Regulatory Sandbox

วันที่: 23/03/2560 | ส่วนกลาง

           เมื่อวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ณ ห้อง Event Space ชั้น 4 Glowfish Offices and Meeting Space เซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์ ได้มีการแถลงข่าวผลการเข้าร่วมประชุม Global Entrepreneurship Congress (GEC2017) ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ และแนวทางความร่วมมือด้านดิจิทัลกับประเทศต่างๆ รวมถึงความคืบหน้าการเตรียมการจัดงาน Digital Thailand Big Bang นำโดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(DEPA) และนายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(DEPA) โดย ดร.พิเชฐ กล่าวว่า  จากการเข้าร่วมการประชุม Global Entrepreneurship Congress (GEC2017) ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 13–16 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้หารือเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายและความท้าทายด้านดิจิทัลของทั้งสองประเทศ และมีความเห็นพ้องร่วมกันเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของความปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนการส่งเสริมธุรกิจ SMEs และ Startups บุคลากรด้านดิจิทัลที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านดิจิทัล รวมทั้งศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศรวมถึงจะมีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยประเทศไทยจะสามารถใช้แอฟริกาใต้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายความร่วมมือกับภูมิภาคแอฟริกา ขณะที่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้สามารถใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในการสร้างความร่วมมือกับภูมิภาคอาเซียนได้เช่นกัน และยังเห็นว่าไทยและแอฟริกาใต้ควรมีความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยจะทำบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพื่อเป็นกลไกในการสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศต่อไป
            ต่อมาได้หารือกับเลขาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ กระทรวงเศรษฐกิจและการสื่อสาร แห่งสาธารณรัฐเอสโตเนีย ซึ่งแสดงความสนใจในการเข้าร่วมงาน  Digital Thailand Big Bang 2017 ในวันที่ 21-24 กันยายน 2560 ณ ชาเลนเจอร์ฮอล 1-2  เมืองทองธานี นอกจากนี้ยังมีนโยบายการส่งเสริมธุรกิจพร้อมทั้งการพัฒนาในเรื่อง Regulatory Sandbox เพื่อเป็นสนามให้ธุรกิจ Startup ได้ทดลองกิจการและนวัตกรรม ที่สามารถดำเนินการได้ในขอบเขตที่มีกฎหมายอนุญาตได้ โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางสนับสนุนให้ภาคส่วนต่าง ๆ พัฒนารูปแบบของ Sandbox ที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อสอดคล้องกับธุรกิจ Startup ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายไทยอีกด้วย ซึ่งในโอกาสแถลงข่าวนี้ ดร.พิเชฐได้ให้คำจำกัดความของคำว่า Sandbox ในบริบทของงานดิจิทัลว่า “Sandbox คือ สนามทดลองกิจการนวัตกรรมที่สามารถดำเนินการได้ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตได้”
         ทั้งนี้ไทยและแอฟริกาใต้ควรมีความร่วมมือในรูปแบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยจะมีการทำบันทึกความเข้าใจและการทำการวิจัยในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่าย ซึ่งตามข้อมูลของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้มีความสำเร็จในด้านนวัตกรรมในระดับที่ดี ดังนั้น ความร่วมมือกับสาธารณรัฐแอฟริกาใต้จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งมีการส่งเสริมในด้านนวัตกรรมเป็นอย่างมาก เพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้งความร่วมมือดังกล่าวสามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือระหว่างภูมิภาคแอฟริกาและอาเซียนต่อไปในอนาคต
        สุดท้ายนี้ ดร.พิเชฐ ยังกล่าวอีกว่า ได้ร่วมหารือกับประธานเครือข่ายผู้ประกอบการโลก หรือ Global Entrepreneurship Network (GEN ) องค์กรนานาชาติด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการและมีสมาชิกใน 160 ประเทศทั่วโลก ที่พร้อมให้การสนับสนุนการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2017 ที่กระทรวงดิจิทัลฯ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะจัดงานปีนี้ โดยจะมีการสนับสนุนด้านการจัดทำคู่มือกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการ การให้คำปรึกษา และการจัดการแข่งขันสำหรับสตาร์ทอัพ นอกจากนี้ผู้แทน GEN จาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา นิวซีแลนด์ อินเดีย รวมถึงไต้หวัน ได้พร้อมใจรวมตัวกันในงานฯ ซึ่งจะมี 50 Startups ชั้นนำ พร้อมทั้ง 20 Mentors มืออาชีพจากกลุ่มประเทศดังกล่าว เข้าร่วมกิจกรรมในงานฯ เพื่อร่วมสนับสนุนธุรกิจ Startups ในไทยและเอเชียอีกด้วย

เอกสารที่เกี่ยวข้อง: