สนง. ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจับมือสถาบันการเงิน สนับสนุนผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนท์เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล

วันที่: 08/02/2560 | ส่วนกลาง

นับแต่ที่รัฐบาลประกาศชัดเจนจะขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล Thailand 4.0 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวผ่านโครงการต่างๆ และหนึ่งในโครงการที่เป็นแกนหลักในการผลักดันให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ขับเคลื่อนไปได้ คือ โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินพันธมิตร เพราะในอดีตที่ผ่านมาพบว่าอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนท์ประเทศไทยยังไปไม่ไกล เนื่องจากผู้ประกอบการขาดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมทั้งการบริหารจัดการธุรกิจ โดยแหล่งเงินทุน ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจและไม่สามารถตีมูลค่าภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นสินทรัพย์ได้ ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจอื่นๆที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เห็นภาพได้ง่ายกว่าและสามารถใช้เป็นหลักประกันของธุรกิจได้

ดร.พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยดิจิทัล โดยการผลักดันให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจึงร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ อาทิ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank ธนาคารกสิกรไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคาร ไทยพาณิชย์และธนาคารออมสิน จัดทำมาตรการหรือสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น

แนวทางส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีโดยร่วมมือกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการผลักดันผู้ประกอบการเข้าถึงสิทธิ์ประโยชน์ทาง BOI ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้สิทธิ์นี้จะได้ประโยชน์หลายด้าน อาทิ เมื่อประกอบธุรกิจได้กำไรยังไม่ต้องเสียภาษีประจำปี ผู้ประกอบการยังมีเงินสดอยู่ในมือมีสภาพคล่องที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 2. เรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยทางซิป้าจะมีทีมคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับกับจดแจ้งลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันการถูกระเมิด ซึ่งถ้าดำเนินการผ่านซิป้าจะใช้เวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ จากระยะเวลาปกติจะใช้เวลา 1-2 เดือน และจะมีการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายต่างๆ แก่ผู้ประกอบการที่เรียกว่าศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ และ 3.การสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับทางสถาบันการเงินพันธมิตร ในการอำนวยความสะดวก ลดความยุ่งยากสำหรับการกู้เงินโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน ซึ่งในปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการสนใจกว่า 311 ราย คิดเป็นมูลค่าวงเงินที่ได้รับกว่า 1,077 ล้านบาท

“อย่างไรก็ดียังมีโจทย์ใหญ่สำหรับการสนับสนุนผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนท์ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยในปีแรกอาจจะได้ผลไม่มากและไม่สามารถสนับสนุนได้ครอบคลุมหมด แต่เมื่อผ่านไปปีที่สองและสามเชื่อว่าโครงการจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและจะสามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 1,000 รายได้ นอกจากนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับสถาบันการเงินพันธมิตรครั้งนี้ จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศโดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน” ดร.พิเชฐ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ฝ่ายมาตรการส่งเสริม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล  
โทรศัพท์ 08 9109 8885 
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ bpd@sipa.or.th

เอกสารที่เกี่ยวข้อง: