depa บุกภูเก็ตแกะรอยจังหวัดนำร่อง Smart City

วันที่: 26/01/2561 | ส่วนกลาง, ภูมิภาค

                เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มกราคม ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ depa สาขาภาคใต้ตอนบน จังหวัดภูเก็ต คณะผู้บริหารนำโดยนายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานกรรมการกำกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ   นายวิทัย รัตนากร กรรมการกำกับฯ   นายอนุพร อรุณรัตน์ กรรมการกำกับฯ    ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร กรรมการกำกับฯ    ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล   ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการฯ กลุ่มยุทธศาสตร์และบริหาร   ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการฯ กลุ่มโครงการพิเศษและผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาดิจิทัล และนวัตกรรม   นายมีธรรม ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานฯ (ด้านธุรกิจและกิจการสาขา)   และนายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานฯ (ด้านยุทธศาสตร์และบริหาร) เดินทางเยี่ยมชม “ศูนย์สั่งการ CCTV จังหวัดภูเก็ต” ณ สำนักงานป้องและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 โดยมีนายประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนบน ทำหน้าที่พาเยี่ยมชม
 
                สำหรับจังหวัดภูเก็ตนั้นเป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่อง โครงการ Smart City ซึ่งจังหวัดมีการวางแนวทางการจะเป็น Phuket Smart City ได้ต้องประกอบด้วย 7 ด้าน คือ Smart Tourism, Smart Economy, Smart Safety, Smart Environment, Smart Healthcare, Smart Education และ Smart Governance และที่เน้นความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ คือ Smart Safety จึงให้ความสำคัญกับกล้อง CCTV เพื่อใช้ในการดูแลความปลอดภัยของคนในพื้นที่ อย่างไรก็ดีสำหรับกล้อง CCTV ในจ.ภูเก็ตนั้นยังพบปัญหาจากความหลากหลาย ที่ใคร ๆก็ลงทุนได้แต่ไม่มีการ integrate ข้อมูล แม้ปัจจุบันจะมีกล้องถึง 1,200 ตัว ดังนั้น depa จึงเข้ามาจัดการและเป็นตัวกลางเชื่อมข้อมูลกล้อง CCTV แล้วกว่า 700 ตัวและมีระบบ Analytic ช่วยในการกรองความปลอดภัย อาทิ การใช้กล้องจับใบหน้าเพื่อระบุตัวผู้ขับขี่ เนื่องจากมีการเข้ามาของรถในพื้นที่ 3 จังหวัดโดยเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้าย การจับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรในบริเวณแยกที่มีอุบัติเหตุ ทั้งนี้หลังจากการจัดการข้อมูลดังกล่าวทำให้สามารถลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ. ภูเก็ตได้ สามารถบอกความหนาแน่นของการจราจรในพื้นที่ต่าง ๆ  แต่ทั้งนี้ยังมีปัญหาในเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลเนื้อหาในระดับที่สูงกว่าจังหวัด ทำให้ไม่สามารถนำมาบรูณาการได้ นอกจากนี้หากต้องการให้ CCTV ครอบคลุมครบทั้งจังหวัดต้องติดตั้งเพิ่มอีกกว่า 3,500 ตัว ใช้งบประมาณกว่า 1,020 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี  
               
                อย่างไรกีดีเพื่อให้การพัฒนาทั้ง 7 ด้านสอดรับกันและนำไปสู่การเป็น Phuket Smart City  depa จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา City data platform เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในจังหวัด โดยเฉพาะ 3 เรื่องหลัก คือ
                1.ใช้ในการศึกษาพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ภาคการท่องเที่ยวอย่างโรงแรมมีความต้องการอย่างมากแต่ยังไม่มีตัวกลางในการจัดการเรื่องดังกล่าว เช่น ปัจจุบันในจังหวัดภูเก็ตมีนักท่องสไตล์ FIT (Free Independent Traveler) หรือการท่องเที่ยวด้วยตนเองเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้ต้องการการค้นหาที่รวดเร็ว มีการอำนวยความสะดวก เข้าถึงสินค้าและบริหารอย่างง่าย ดังนั้นต้องมีการจัดการ data ที่ดีและ integrate ข้อมูลอย่างง่าย เพราะนักท่องเที่ยวเหล่านี้มีความสามารถในการจับจ่าย
                2. ตอบโจทย์นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์
                3.ใช้ในการศึกษาความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปัจจุบันมีการนำ data ใช้สำหรับประเมินผลการเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม
 
               จากนั้นเวลา 10.30 น.คณะผู้บริหารเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า Home work ภูเก็ต เพื่อดูงานของบริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง (PKCD) ซึ่งบริษัทภูเก็ตพัฒนาเมืองนั้นก่อตั้งขึ้นจาการวมตัวของนักธุรกิจใน จ.ภูเก็ต จากการเห็นปัญหาที่เกิดในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนน้ำประปา โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ทาง PKCD มีเจตนารมณ์ คือ การพัฒนาเมืองเป็นหลักไม่สร้างกำไรสูงสุด ทุกคนมีส่วนร่วมในการถือหุ้น รายได้หลักมาจากการพึ่งพาตนเอง ผลกำไรต้องขยายผลอย่างยั่งยืนและบริหารด้วยหลักการธรรมาภิบาล โดยหลักในการพัฒนาเมืองของ PKCD จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่มีเจ้าภาพชัดเจน ขณะนี้กลุ่มเป้าหมายที่กำลังพัฒนาประกอบด้วย 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1การวางผังเมือง และการออกแบบฟื้นฟูเมืองภูเก็ต เช่นการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ระบบขนส่งทางทะเล การพัฒนาพื้นที่รอบขนส่งมวลชน กลุ่มที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม กลุ่มที่ 3 การพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เข่น การพัฒนาแอปพลิเคชั่นแพลทฟอร์มด้านการท่องเที่ยว กลุ่มที่ 4 การพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองอัจฉริยะ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คนภูเก็ตได้รับความสะดวกสบาย และพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก
 
               ต่อมาคณะผู้บริหาร depa เดินทางเยี่ยมชม Phuket Smart city innovation park พร้อมพบกับ Start up จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเช่าพื้นทื่ อาทิ Choop Me แอปที่จะเข้ามาวางแผนการท่องเที่ยวให้ , Fourleaf แอปพลิเคชั่นที่ช่วยระบบการสั่งอาหารแบบครบวงจร สุดท้ายปลัดกระทรวงดิจิทัลได้ฝากกฎหมายการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแก่ Start up โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะมีการออกกฎหมายดังกล่าวในเร็วๆนี้
 

เอกสารที่เกี่ยวข้อง: