depa ร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนา Smart City ขานรับเร่งทำแผนให้สอดรับกับปัญหา – ความต้องการ -บริบทของแต่ละพื้นที่

วันที่: 31/01/2561 | ส่วนกลาง, ภูมิภาค

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ห้อง 301 จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีในการผลักดันให้เกิดเมืองอัจฉริยะขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ และมอบหมายให้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ depa นำโดย ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นั่งเลขานุการร่วมของคณะกรรมการฯ ร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งโครงสร้างของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง 3 กระทรวง คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยปลัดกระทรวง 10 กระทรวง หน่วยงานภาครัฐ 4 แห่ง และ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 3 ท่าน
 
         ในที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานของเมือง 3 ส่วน ประกอบไปด้วย โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน   และมีมติให้มีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ Smart mobility, Smart  energy and environment, Smart economy, Smart living, Smart people และ Smart governance ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนที่สำคัญ
        
         ทั้งนี้คณะกรรมการดังกล่าว ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานตาม 5 เสาหลัก ประกอบไปด้วย 1. จัดทำแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะต้นแบบ 2. สร้างระบบนิเวศน์และปัจจัยเอื้อในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 3. พัฒนากลไกการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะในทางปฏิบัติ 4. พัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ของเมืองและความปลอดภัย และ5. ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมของเมืองอัจฉริยะ
       
        อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรีเห็นควรให้คณะกรรมการฯ คัดเลือกเมืองที่มีศักยภาพและจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะของพื้นที่เมืองใน 7 จังหวัดให้เกิดขึ้นภายใน 5 ปี ประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นพื้นที่นำร่อง พร้อมทั้งเสนอให้จัดทำแผนปฏิบัติการเมืองต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะนำร่องให้เกิดขึ้นภายใน 30 วัน โดยมีการจัดตั้ง Project management committee: PMC ในรายพื้นที่เป็นชุดคณะทำงานขับเคลื่อนอย่างบูรณาการ โดยมีปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เป็นประธานชุดทำงาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นคณะทำงานชัดดังกล่าว ซึ่งให้แต่ละ PMC จััดทำแผนการดำเนินงานหลัก 2 แผน ตลอดจนการทำแผนแม่บทระยะยาว 5, 10, 15 และ 20 ปี เพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอนาคต ให้สอดรับกับปัญหา ความต้องการและแนวทางในการนำเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ตามคุณลักษณะและกรอบการดำเนินงานเดียวกันของประเทศต่อไป
 

เอกสารที่เกี่ยวข้อง: